จีน” กับสังคมธุรกิจไทย
| ที่มา | มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17 - 23 พฤศจิกายน 2560 |
|---|---|
| คอลัมน์ | วิรัตน์ แสงทองคำ |
| ผู้เขียน | วิรัตน์ แสงทองคำ |
| เผยแพร่ |
(1) ธุรกิจใหญ่
ปรากฏการณ์ว่าด้วยความเคลื่อนไหวอันคึกคักของกลุ่มธุรกิจจีนในประเทศไทย ให้ภาพเชิงแนวความคิดสัมพันธ์กับโครงสร้างธุรกิจไทย
ผมเคยนำเสนอเรื่องจีนมาบ้าง นานพอสมควร (China Connection มติชนสุดสัปดาห์ มกราคม 2554) “ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนแผ่นดินใหญ่ของสังคมธุรกิจไทยอย่างเต็มรูปแบบ อย่างมียุทธศาสตร์ เพิ่งจะเริ่มต้นอย่างจริงจัง”
นั่นคือบทสรุปในตอนนั้นเมื่อเกือบๆ 7 ปีที่แล้ว
ธนาคาร
ความเคลื่อนไหวอย่างสำคัญธุรกิจจีนแผ่นดินใหญ่ในประเทศไทย เป็นภาพยุทธศาสตร์ นั่นคือภาพความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ในการเข้าสู่ธุรกิจที่มีความสำคัญของสังคมธุรกิจไทย
ในข้อเขียนครั้งนั้นได้นำเสนอจุดเริ่มต้นการก่อตั้งธนาคารพาณิชย์จีนในประเทศไทย ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาระบบธนาคารไทยปรับตัวครั้งใหญ่ อันเนื่องมาจากวิกฤตการาณ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นก่อนหน้า เป็นปรากฏการณ์สำคัญอีกช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสังคมธุรกิจไทย ปรากฏการณ์ขบวนธนาคารต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลอีกครั้ง หลังจากผ่านยุคอาณานิคมไปแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ“เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ.2553 ธนาคารไอซีบีซี ได้เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในธนาคารสินเอเชีย และได้ดำเนินการจดทะเบียนเปลี่ยนชื่อจากธนาคารสินเอเชีย เป็นธนาคาร ไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ “Industrial and Commercial Bank of China (Thai) Public Company Limited” ในภาษาอังกฤษ เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2553 ซึ่งชื่อใหม่ของธนาคาร นับเป็นการสะท้อนถึงการเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มไอซีบีซีอย่างเป็นทางการ” (อ้างจาก www.icbcthai.com)
เรื่องราวข้างต้นเชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับความพยายามของธนาคารกรุงเทพ ในการเป็นธนาคารแห่งแรกของไทยเข้าไปดำเนินกิจการธนาคารเต็มรูปแบบในจีนแผ่นดินใหญ่
เป็นช่วงเวลาเดียวกับ ICBC เข้ามาถือหุ้นใหญ่ธนาคารสินเอเชีย (ธนาคารพาณิชย์ใหม่ซึ่งได้เปิดให้มีขึ้นในปี 2547) ซึ่งแต่เดิมธนาคารกรุงเทพเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่Industrial and Commercial Bank of China Ltd (ICBC) คือกิจการธนาคารขนาดใหญ่ในจีน พัฒนาการคล้ายๆ กับวิสาหกิจอื่นๆ ในประเทศนั้น เมื่อปรับโครงสร้างเป็นธุรกิจอย่างเต็มตัว ได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว
ICBC ก่อตั้งขึ้นในปี 2527 ได้ปรับโครงสร้างธุรกิจเมื่อตุลาคม 2548 และในทันทีได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้และฮ่องกงพร้อมกัน ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นการเสนอขายหุ้นครั้งแรกต่อประชาชนที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ICBC ถือเป็นธนาคารที่ใหญที่สุดในโลก ปัจจุบันรัฐบาลจีนยังถือหุ้นกว่า 70% โดยมี Temasek Holding แห่งสิงคโปร์ถือหุ้นด้วยประมาณ 2%
“จุดแข็งของ ICBC คือการมีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่ง มีโครงสร้างทางธุรกิจที่หลากหลาย โดยเฉพาะการสนับสนุนการดำเนินธุรกิจแบบข้ามชาติ และเน้นธุรกิจธนาคารพาณิชย์ โดยยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนไว้ได้จนถึงทุกวันนี้” – ข้อมูลจากธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ระบุไว้อีกตอนหนึ่งพัฒนาการธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ดำเนินไปอย่างคึกคักและก้าวกระโดดในช่วงแรกๆ แต่ในระยะ 2-3 ปีมานี้ ยังคงระดับไว้ (โปรดพิจารณาข้อมูลจำเพาะ)

สื่อสาร
เมื่อพิจารณาการเข้ามาของกลุ่มธุรกิจจีนขนาดใหญ่หลังจากกรณี ICBC ซึ่งเชื่อว่าให้ภาพสะท้อนสำคัญต่อสังคมธุรกิจไทยนั้น ยังมีดีลสำคัญๆ อีกบางกรณีควรกล่าวถึง ในฐานะให้ภาพดังกล่าวเป็นการเพิ่มเติมอย่างสอดคล้องกัน โดยเฉพาะการเข้ามาสู่ธุรกิจใหญ่ซึ่งมีอิทธิพลในสังคมไทย
ที่น่าสังเกตหลายกรณี ผ่าน เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เป็นที่ทราบกันดีว่า เป็นเครือข่ายธุรกิจซึ่งมีความสัมพันธ์กับจีนแผ่นดินใหญ่ ในฐานะมีเครือข่ายธุรกิจขนาดใหญที่นั่น
“กลุ่มทรูได้รับการสนับสนุนจากเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจด้านการเกษตรครบวงจรที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียซึ่งถือหุ้นทรูในสัดส่วนร้อยละ 56 และ China Mobile ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ที่สุดของโลก ซึ่งถือหุ้นทรูในสัดส่วนร้อยละ 18 ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายแล้วทั้งหมดของบริษัท โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2559 กลุ่มทรูมีทุนจดทะเบียนและทุนชำระแล้วทั้งสิ้น 133,473 ล้านบาท ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจหลักของบริษัทมิได้มีความสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจอื่นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่อย่างมีนัยยะสำคัญ มีเพียงความสัมพันธ์กันแต่เพียงครั้งคราวเฉพาะบางธุรกรรมเท่านั้น” ข้อความสำคัญตอนหนึ่งในรายงานประจำปี 2559 บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น กล่าวไว้ มีนัยยะสำคัญ
หนึ่ง-ทรู กิจการในเครือข่าย และได้รับการสนับสนุนจากซีพีอย่างเต็มกำลังสอง-สามารถเพิ่มทุนจดทะเบียนอย่างมีความสำคัญ
สาม-กล่าวถึงผู้ถือหุ้นหรือพันธมิตรใหม่ China Mobile เป็นดีลที่เกิดขึ้นในปี 2557 สั่นสะเทือนธุรกิจสื่อสารสังคมธุรกิจไทยพอสมควร แม้ดูเหมือนว่าครึกโครมน้อยกว่ากรณี Temasek สิงคโปร์ กับชินคอร์ป
China Mobile Limited ก่อตั้งขึ้นที่ฮ่องกง เมื่อเดือนกันยายน 2540 ในปีเดียวกันนั้น (ตุลาคม) ได้เข้าจดทะเบียนทั้งในตลาดหุ้นนิวยอร์ก (NYSE) และฮ่องกง (HKEX) เป็นแผนการในโมเดลคล้ายๆ กับ ICBC ซึ่งแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจให้พัฒนาอย่างก้าวกระโดด แต่เกิดขึ้นก่อนเกือบทศวรรษ
ที่แตกต่างคือ China Mobile มาปักหลักปักฐานที่ฮ่องกงเพื่อความคล่องตัว แล้วจึงก้าวเข้าไปในฐานะผู้นำให้บริการด้านสื่อสารในจีนแผ่นดินใหญ่ ทั้ง 31 มณฑล
ทำให้เป็นกิจการซึ่งมีเครือข่ายระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีสมาชิกผู้ใช้บริการมากที่สุดในโลก
“ณ สิ้นปี 2559 China Mobile มีพนักงานทั้งสิ้น 460,647 คน มีลูกค้าใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 849 ล้านราย และลูกค้าใช้บริการ broadband อีก 77.62 ล้านราย ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้น โดยมีรัฐบาลจีน (ผ่าน CMCC) ถือหุ้นใหญ่ที่สุด ในสัดส่วน 72.72% ที่เหลืออีก 27.28% เป็นนักลงทุนทั่วไป” ข้อมูลพื้นฐานที่ควรรู้ (เรียบเรียงจาก http://www.chinamobileltd.com)
ในมิติเกี่ยวกับซีพีและทรู เป็นแผนการปรับโครงสร้างการเงินของทรูให้เข้มแข็งขึ้น เพื่อสู่ช่วงใหม่ของธุรกิจโมบายในประเทศไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยมากขึ้นๆ เป็นลำดับ
ส่วนพันธมิตร China Mobile มีความหมายในการก้าวเข้าสู่โลกธุรกิจที่กว้างขึ้น ในรูปแบบที่หลากหลายขึ้น หลังจากเข้าซื้อกิจการบริการสื่อสารโมบายในประเทศปากีสถานเมื่อปี 2550
โดยการซื้อกิจการ Paktel ของเป็นเครือข่ายของ Cable and Wireless แห่งอังกฤษ
รถยนต์
เป็นดีลสำคัญเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ เกี่ยวกับซีพี อีกกรณีหนึ่ง เชื่อมโยงกับธุรกิจหนึ่งของซีพีในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งดำเนินมา 4 ทศวรรษแล้ว
จากเรื่องเล่า “บันทึกความทรงจำ” (Nikkei My Personal History โดย ธนินท์ เจียรวนนท์) บทที่ 19 เรื่อง ธุรกิจมอเตอร์ไซค์ ความสำเร็จครั้งใหม่ที่เกิดขึ้นจาก “การคิดต่าง” ได้กล่าวถึงธุรกิจหนึ่งไว้อย่างตั้งใจ
เริ่มต้นด้วยการก่อตั้งบริษัท Shanghai Ek-Chor Motorcycle Corp ช่วงต้นทศวรรษ 2520 โดยร่วมทุนฝ่ายละครึ่งหนึ่งกับ Shanghai Automotive Industry Corp (SAIC) ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้าสู่ธุรกิจที่แตกแขนง แตกต่างจากเดิมอย่างมากๆ
ต่อมาได้มีความสัมพันธ์กับยักษ์ใหญ่ธุรกิจรถยนต์ญี่ปุ่นด้วย โดยได้สิทธิ์ผลิตมอเตอร์ไซค์แบรนด์ Honda (2528) ธุรกิจดำเนินไปอย่างดีมีโอกาสเพิ่ม (ปี 2533) ร่วมทุนกับหน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นมณฑลเหอหนาน (Henan) ผลิตรถมอเตอร์ไซค์
เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ซีพีตัดสินใจขายหุ้นที่ถืออยู่ในบริษัท Shanghai Ek-Chor Motorcycle Corp ออกไป
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นั้นยังคงแนบแน่น และดำเนินไป ก่อให้ดีลใหญ่ที่น่าสนใจในประเทศไทยในปี 2557 นั่นคือ ซีพีร่วมมือกับ SAIC ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ MG ในประเทศไทย
Shanghai Automotive Industry Corp (SAIC) เกิดขึ้นในปี 2538 ต่อเนื่องจากตำนานอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศจีนตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง SAIC เป็นยักษ์ใหญ่ธุรกิจรถยนต์ในประเทศจีน ผลิตรถยนต์หลายแบรนด์ในประเทศจีน รวมทั้งร่วมทุนกับ Volkswagen แห่งเยอรมนี และ GM แห่งสหรัฐ ต่อมาปี 2555 ได้เปลี่ยนชื่อ SAIC Motor Corporation Limited
ธุรกิจรถยนต์ในประเทศไทยเป็นธุรกิจสำคัญมากๆ เป็นฐานการผลิตของเครือข่ายกิจการรถยนต์ระดับโลก ไม่ว่าญี่ปุ่น สหรัฐ หรือยุโรป และจากนี้ถือเป็นครั้งแรกที่รถยนต์จีนได้เข้าสู่ตลาดอันคึกคักนี้ด้วย
รถยนต์แบรนด์ MG มีประวัติศาสตร์และรากเหง้ามาจากสหราชอาณาจักร ก่อตั้งเมื่อกว่า 100 ปีที่แล้ว น้อยคนที่จะทราบว่าเมื่อปี 2550 กิจการและแบรนด์ MG ได้กลายเป็นของจีนไปแล้ว โดย Nanjing Automobile Group (ต่อมาในปี 2551 มีการปรับโครงสร้างและได้ควบรวมเข้ามาอยู่ใน SAIC)
ว่ากันว่า ธุรกิจรถยนต์จีนแบรนด์ MG เครือข่ายธุรกิจรถยนต์ล่าสุดในประเทศไทย เดินหน้าไปอย่างดีพอสมควร
| ที่มา | มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 24 - 30 พฤศจิกายน 2560 |
|---|---|
| คอลัมน์ | วิรัตน์ แสงทองคำ |
| ผู้เขียน | วิรัตน์ แสงทองคำ |
| เผยแพร่ |
(2) ธุรกิจใหญ่
ความเคลื่อนไหวอันคึกคักของกลุ่มธุรกิจจีนในประเทศไทย เป็นภาพเชิงแนวความคิด สัมพันธ์กับพลวัตโครงสร้างธุรกิจไทย
ตอนที่แล้วกล่าวถึงความเคลื่อนไหวอย่างสำคัญ ธุรกิจจีนแผ่นดินใหญ่ในสังคมไทย ว่าด้วยความเคลื่อนไหว เข้าสู่ธุรกิจที่มีความสำคัญต่อสังคมธุรกิจและระบบเศรษฐกิจไทย นั่นคือ ธุรกิจธนาคาร ยานยนต์ และสื่อสารความเคลื่อนไหวนั้น มีความเชื่อมโยงบริบททางสังคมอย่างแยกไม่ออก
ความผันแปรระบบธนาคารไทย
จุดเริ่มต้นการก่อตั้งธนาคารพาณิชย์จีนในประเทศไทย ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาระบบธนาคารไทยปรับตัวครั้งใหญ่ อันเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ เป็นปรากฏการณ์สำคัญอีกช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ของสังคมธุรกิจไทย ขบวนธนาคารต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลอีกครั้ง หลังจากผ่านยุคอาณานิคมไปแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ
จากประวัติศาสตร์ธนาคารไทย เกิดขึ้นอย่างจริงจังในช่วงท้ายๆ ของสงครามโลกครั้งที่ 2 มาจากโอกาสที่ประจวบเหมาะเช่นกัน ทั้งสถานการณ์ สายสัมพันธ์ และประสบการณ์-ความรู้ ค่อยๆ กลายเป็นธุรกิจรากฐานสำคัญ ขยายตัว มีอิทธิพลอยางมากต่อสังคมธุรกิจและสังคมไทยโดยรวม กลายเป็นโมเดลความมั่งคั่ง ตลอดช่วง 4 ทศวรรษจาก ยุคที่หนึ่ง (2505-2525) สร้างเครือข่ายธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งโดยตรงและโดยอ้อม พร้อมสนับสนุนทางการเงินรูปแบบต่างๆ ขณะเดียวกันธุรกิจธนาคารเองก็เติบโตด้วย
สู่ยุคที่สอง (2525-2540) เชื่อมโยงกับตลาดการเงินอันกว้างขวาง โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย เปิดตัวและเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นกลไกในอัตราเร่งใหม่ การขยายตัวธุรกิจที่รวดเร็วขึ้นอีก ถือเป็นพัฒนาการขั้นสูงสุดของธนาคารไทยก็ว่าได้ เป็นช่วงสังคมธุรกิจไทยและระดับภูมิภาคเชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจโลก จากความร่วมมือการเข้ามาของเงินลงทุนทั้งโดยตรง และผ่านกลไกลตลาดทุน จนถึงการเข้าสู่ระบบแบบแผนธนาคารสากล
พัฒนาการอันเชี่ยวกราก ดำเนินไปโดยไม่มีใครคาดคิดว่าจะสะดุดลงเมื่อเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเครือข่ายยานยนต์ระดับโลก
ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตของเครือข่ายธุรกิจยานยนต์ระดับโลก ไม่ว่าญี่ปุ่น สหรัฐ หรือยุโรป มาอย่างน้อย 3 ทศวรรษ ก่อนที่จีนได้เข้าร่วมวงด้วย
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีความสำคัญอย่างมาก ถือเป็นคลื่นลูกที่สอง ได้แทรกตัวเข้าในสังคมธนาคาร สังคมธุรกิจไทย
อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นมาเมืองไทยตั้งแต่ยุคสงครามเวียดนาม จากรณี Nisan และ Toyota ในปี 2505 และ Honda ในปี 2507 ใช้เวลาจากนั้นพอสมควร กว่าจะถือว่าสามารถเป็นผู้นำและควบคุมตลาดในทศวรรษ 2530
ผู้กำหนดนโยบายของรัฐไทย ให้ความสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมาก เริ่มจากความพยายามให้ธุรกิจไทยมีบทบาทในอุตสาหกรรมเชื่อว่ามีอนาคต ตั้งแต่การกำหนดชิ้นส่วนผลิตในประเทศ จนถึงความพยายามให้มีการผลิตเครื่องยนต์ดีเซลเอง (2525-2530) ซึ่งเผชิญปัญหามากมาย
ธุรกิจไทยไม่มีความสามารถเข้าร่วมขบวนสู่ธุรกิจระดับโลกโดยตรงได้ เป็นเพียงเครือข่ายพึ่งพา ในการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งกลายเป็นธุรกิจซึ่งขยายตัวอย่างมากเช่นกัน
จนมีการปรับเปลี่ยน พลิกผัน เข้าสู่ยุคผ่อนคลายกฎเกณฑ์ อ้างอิงมุมมองระดับภูมิภาค (2533-2540)
ทั้งสองช่วงถือเป็นยุคการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
ท่ามกลางกระแสและอิทธิพลธุรกิจยานยนต์ระดับโลกที่เพิ่มขึ้น ในที่สุดจำเป็นต้องปรับตัว เปิดเสรีทางธุรกิจอย่างแท้จริง (ตั้งแต่ปี 2543) กับบทบาทใหม่สังคมธุรกิจไทยในฐานะฐานการผลิตเครือข่ายธุรกิจยานยนต์ระดับโลก
เครือข่ายยานยนต์ตะวันตกก็เข้ามาสมทบด้วย ถือเป็นปรากฏการณ์หนึ่งในช่วงคาบเกี่ยววิกฤตการณ์ปี 2540 โดยเฉพาะยักษ์ใหญ่อเมริกัน ทั้ง General motors หรือ GM และ Ford ได้กลับเข้ามาปักหลักในเมืองไทยอย่างเอาจริงเอาจัง หลังจากมีประสบการณ์อย่างไม่ราบรื่นนักในช่วงต้นๆ สงครามเวียดนาม
ธุรกิจสื่อสารใหม่
ธุรกิจใหม่ เกิดขึ้นและเติบโตอย่างมีความสำคัญ กลายเป็นคลื่นธุรกิจยุคใหม่ในช่วงทศวรรษ 2530-2540 มาพร้อมกับโฉมหน้า “ผู้มาใหม่” ซึ่งใช้เวลาสะสมความมั่งคั่งสั้นมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มธุรกิจดั้งเดิม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีรากเหง้ามาจากระบบธนาคารไทย
กลุ่มธุรกิจใหม่ กับพวก “หน้าใหม่” มากับระบบสัมปทาน เครือข่าย และเทคโนโลยีสื่อสารใหม่
ธุรกิจดังกล่าวก่อตั้งมาเพียงประมาณ 3 ทศวรรษ เริ่มจากกรณี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ก่อตั้งในปี 2529 ได้รับสัมปทานบริการระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (2533) และเข้าจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ฯ (2534) ถือเป็นช่วงตั้งหลักอย่างแท้จริงโดยบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือ DTAC เดินตามอย่างกระชั้นชิด ก่อตั้งในปี 2532 ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (2533) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์ในปี 2538 (ต่อมาเพิกถอนในปี 2555 และจดทะเบียนกับตลาดหลักทรัพย์ไทยปี 2550)
เรื่องราวข้างต้นเป็นที่มา “ผู้มาใหม่” กลายเป็น “ผู้ยิ่งใหญ่” เป็นผู้มีอิทธิพล สร้างแรงบันดาลใจในฐานะผู้แผ้วทาง เป็นกระแสอันเชี่ยวกรากส่งผลสะเทือนกว้างขวาง
ทว่า ท่ามกลางแรงกระตุ้น แรงบีบคั้น ต่อเนื่องจากวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจปี 2540 จนไปถึงแรงกระเพื่อมทางสังคมและการเมือง จึงต้องมีการปรับตัว
ดีแทคเผชิญปัญหาธุรกิจ ในปี 2543 จำเป็นต้องปรับตัวครั้งใหญ่ ให้กลุ่มธุรกิจสื่อสารระดับโลกเข้ามาถือหุ้นใหญ่และบริหาร นั่นคือ Telenor Group (กลุ่มธุรกิจสื่อสารระดับโลก ปรับโครงสร้าง ก่อตั้งขึ้นราวๆ 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ถือหุ้นส่วนใหญ่โดยรัฐบาลนอร์เวย์ มีเครือข่ายธุรกิจในภาคพื้นสแกนดิเนเวีย ยุโปรตะวันออก และเอเชีย)
ในปีเดียวกันนั้น (2543) ธุรกิจสื่อสารของซีพี ปรับตัวครั้งใหญ่ ก้าวเข้าสู่ธุรกิจสื่อสารไร้สาย เป็นรายที่ 3
อีกประมาณ 5 ปีถัดมา (มกราคม 2549) “ดีลเทมาเส็ก โฮลดิงส์ สิงคโปร์ ธนาคารไทยพาณิชย์ กับตระกูลชินวัตรและตระกูลดามาพงศ์ มูลค่า 73.3 พันล้านบาท” กลายเป็นแรงกระเพื่อมรุนแรงและกว้างขวาง ด้วยบทสรุปประการหนึ่ง นั่นคือความยิ่งใหญ่ของธุรกิจสื่อสารใหม่
เริ่มจากธุรกิจเล็ก ด้วยยุทธศาสตร์ใหญ่
จากบริบทข้างต้น และพัฒนาการที่ผ่านมาไกลพอสมควร กับปรากฏการณ์เครือข่ายธุรกิจจีนได้ฝังและแทรกตัวเข้าไปอยู่ ไปมีที่ยืนอย่างมั่นคงแล้ว (ดังรายละเอียดในตอนที่แล้ว –มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 17 พฤศจิกายน 2560) ย่อมเป็นเรื่องราวเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ และพัฒนาการธุรกิจจีนในสังคมไทย ซึ่งเริ่มต้นเมื่อไม่นานมานี้
ว่าไปแล้ว ทั้งธุรกิจธนาคาร ยานยนต์ และสื่อสารใหม่ เป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในสังคมไทย
เป็นเครือข่ายธุรกิจซึ่งมีศักยภาพ และพัฒนาการ มีความเชื่อมโยงและเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคในสังคมไทยได้อย่างกว้างขวาง
ขณะเดียวกับเป็นเครือข่ายธุรกิจซึ่งความสัมพันธ์กับสังคมไทยในแง่มุมอิทธิพลต่อระบบเศรษฐกิจ ต่อรัฐ ในฐานะธุรกิจซึ่งดำรงอยู่มาอย่างต่อเนื่อง
อีกภาพหนึ่ง ทั้งธุรกิจธนาคาร ยานยนต์ และสื่อสารใหม่ เป็นธุรกิจพื้นฐานที่มี “ผู้เล่น” รายใหญ่ ซึ่งเป็นผู้นำตลาด ผู้นำในอุตสาหกรรม ครอบครองพื้นที่ไว้อย่างหนาแน่น ถือว่ามีการแข่งขันทางธุรกิจกันอย่างเต็มที่
ขณะที่ธุรกิจจากจีนแผ่นดินใหญ่ในประเทศไทย เป็นเพียงธุรกิจเล็กๆ ในภาพใหญ่นั้น เป็นเพียง “ผู้มาทีหลัง” อันที่จริงสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์ธุรกิจจีน เพิ่งเริ่มขึ้นในฐานะองค์กรธุรกิจเต็มรูปแบบ ประมาณเพียง 2 ทศวรรษที่ผ่านมา
การก้าวเข้าสู่พรมแดนในระดับโลกดังกล่าว นอกจากถือเป็นพัฒนาทางธุรกิจที่รวดเร็วที่สุดในโลกก็ว่าได้ ถือเป็นจังหวะประจวบเหมาะกับช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ

กรณีธนาคารในเครือข่าย Industrial and Commercial Bank of China Ltd. (ICBC) หรือ ไอซีบีซีไทย (เข้ามาปี 2553) เป็นเพียงธนาคารพาณิชย์ขนาดเล็กในระบบธนาคารไทย เน้นมีเครือข่ายสาขาเฉพาะเมืองท่องเที่ยว
แต่ในภาพใหญ่ระบบธนาคารไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เชื่อว่าธนาคารที่ดำรงอยู่ ประกอบด้วยรูปแบบและโมเดลธุรกิจที่หลากหลายกว่าอดีตส่วนธุรกิจยานยนต์ภายใต้แบรนด์ MG (เข้ามาปี 2557) เป็นกิจการร่วมทุนกับซีพี แม้เป็นรถยนต์จีนแบรนด์อังกฤษดั้งเดิม ซึ่งยังไม่ถือว่าอยู่ในตลาดผู้บริโภคอย่างมั่นคงนัก
แต่ในมิติหนึ่งเป็นแบรนด์สินค้าจีน (ซึ่งเชื่อว่าสักพักผู้บริโภคจะรู้จักและเข้าใจ) ถือเป็นแบรนด์สำคัญแรกๆ ในตลาดผู้บริโภคสังคมไทย
เป็นประสบการณ์และบทเรียนที่น่าสนใจ ว่าด้วยพัฒนาการยานยนต์ระดับโลก ซึ่งถือเป็นกรณีแรกที่แบรนด์ตะวันตก ตกอยู่ในมือโลกตะวันออก
สำหรับ SAIC Motor Corporation Limited ในฐานะเจ้าของ MG แล้ว เชื่อว่าจะได้บทเรียนเชิงเปรียบเทียบ ระหว่างตลาดเก่าอย่างสหราชอาณาจักร (ยังคงมีฐานการผลิตและจำหน่ายในสหราชอาณาจักร) และตลาดใหม่อย่างสังคมไทย
ในอีกแง่ ในฐานะกิจการร่วมทุน ธุรกิจจีนมีบทบาทนำอย่างเด่นชัด ในฐานะเจ้าของแบรนด์เจ้าของเทคโนโลยี ซีพีเป็นเพียงผู้นำพาตามโมเดลเก่า เช่นเดียวกับ Trading firm ในยุคต้นๆ สงครามเวียดนาม
ขณะที่ China Mobile ในธุรกิจสื่อสาร (เข้ามาปี 2557) ด้วยการเข้ามาถือหุ้นในทรูคอร์ปอเรชั่นไม่ถึง 20% เท่าที่ดูโครงสร้างการบริหาร China Mobile เพียงส่งคนของตนเองเข้ามาร่วมในคณะกรรมการจำนวนหนึ่ง ยังไม่มีบทบาทเชิงบริหารโดยตรง แต่ก็ไม่ได้หมายความไม่มีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
แต่ทั้งนี้ ไม่ใช่มีเพียงแค่กรณีข้างต้นเท่านั้น
มีบางกรณีถือว่าสำคัญมากๆ ว่าด้วยธุรกิจจีนในสังคมไทย เชื่อกันว่าได้ก้าวข้ามโมเดลที่กล่าวถึงข้างต้นไปแล้ว นั่นคือ ดีลสำคัญเกิดขึ้นเมื่อปลายปีที่แล้ว กับดีลเพิ่งเปิดฉากและเคลื่อนตัวไปอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังปีนี้ นั่นคือ ดีลระหว่างธุรกิจในเครือข่าย Alibaba Group ของ Jack ma กับเครือข่ายซีพีของ ธนินท์ เจียรวนนท์ ตามมาด้วยดีลระหว่างกลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำค้าปลีกเชิงพื้นที่ของไทย กับ JD.com ผู้นำค้าปลีกออนไลน์ของจีน
จะอรรถาธิบายในตอนต่อไป



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น