สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล

สถาบันขงจื่อในประเทศไทย


         เพื่อสนองความต้องการของประชาชนทั่วโลกในการเรียนภาษาจีนและวัฒนธรรมจีน สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ  (Office of Chinese Language Council International หรือ Hanban : ฮั่นปั้น) ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลจีนที่รับผิดชอบในการสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศต่างๆ จึงได้ก่อตั้งสถาบันขงจื่อขึ้นทั่วโลกและสถาบันขงจื่อจะเป็นองค์กรที่ดำเนินการเรียนการสอนภาษาจีนโดยไม่แสวงหาผลกำไร มีสำนักงานใหญ่ของสถาบันขงจื่อตั้งอยู่ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
         หลังจากปี พ.ศ. 2548 สถาบันขงจื่อและห้องเรียนขงจื่อได้ก่อตั้งขึ้นในประเทศต่างๆ โดยสถาบันขงจื่อจะจัดตั้งอยู่ในสถาบันอุดมศึกษา ส่วนห้องเรียนขงจื่อจะจัดตั้งอยู่ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาซึ่ง Hanban จะจัดส่งอาจารย์สอนภาษาจีนและอาจารย์อาสาสมัครชาวจีนไปสอนในสถาบันขงจื่อมหาวิทยาลัยและโรงเรียนมัธยมศึกษา ปัจจุบันมีสถาบันขงจื่อจาก 134 ประเทศทั่วโลก แยกเป็นสถาบันขงจื่อ 500 แห่งและห้องเรียนขงจื่อ 1012 แห่ง
         สาเหตุที่ตั้งชื่อว่าสถาบันขงจื่อ เนื่องจาก “ขงจื่อ” เป็นทั้งนักการศึกษา นักคิด และนักปรัชญา ที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์จีน ความคิดและปรัชญาของท่านมีความสำคัญมากและมีอิทธิพลอยู่ทั่วโลก ดังนั้นการตั้งชื่อสถาบันว่าขงจื่อนั้นเป็นการแสดงถึงวัฒนธรรมและภาษาจีนที่มีความล้ำลึกและได้สืบทอดต่อกันมาเป็นระยะเวลาอันยาวนาน
องค์กรบริหารงานสถาบันขงจื่อในจีน ประกอบด้วย
  1. สำนักงานใหญ่ของสถาบันขงจื่อ มีสถานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่แส
  2. วงหาผลกำไร
  3. คณะกรรมการสถาบันขงจื่อ โดยรัฐบาลจีนเป็นผู้แต่งตั้ง ประธาน รองประธานและกรรมการบริหาร ส่วนกรรมการ 33 ท่าน สถาบันขงจื่อในประเทศต่างๆเป็นผู้เสนอชื่อ
  4. สำนักงานเลขาธิการของสถาบัน จะขึ้นตรงต่อคณะกรรมการของสถาบันขงจื่อ โดยมี Xu Linผู้อำนวยการ Hanban ดำรงตำแหน่งผู้จัดการใหญ่
  5. ภาระหน้าที่ของสำนักงานใหญ่สถาบันขงจื่อ
    1. จัดประชุมคณะกรรมการตามวาระที่กำหนด
    2. จัดระเบียบสถาบัน แผนการพัฒนาและประมวลผลการดำเนินการ
    3. พิจารณาอนุมัติการก่อตั้งสถาบันขงจื่อสาขาต่างประเทศ
    4. พิจารณาอนุมัติโครงการประจำปีและงบประมาณของสถาบันขงจื่อทั่วโลก
    5. ให้การสนับสนุนหนังสือและอุปกรณ์การสอนแก่สถาบันขงจื่อทั่วโลก
    6. อบรมอาจารย์และพนักงานตลอดจนคัดเลือกและจัดส่งผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อและอาจารย์ตามความต้องการของสถาบันขงจื่อทั่วโลก
ระเบียบการขอจัดตั้งสถาบันขงจื่อ
  1. องค์กรหรือมหาวิทยาลัยที่ขอจัดตั้งสถาบันขงจื่อต้องเป็นนิติบุคคลที่ถูกต้องตามกฎหมายและเป็นผู้ประกอบกิจการเกี่ยวกับการเรียนการสอน
  2. เมืองหรือพื้นที่ที่องค์กรหรือมหาวิทยาลัยที่ขอจัดตั้งสถาบันขงจื่อมีความต้องการที่จะเรียนภาษาและวัฒนธรรมจีน
  3. มีความพร้อมทางด้านบุคลากร สถานที่ และอุปกรณ์ตามข้อกำหนดของสถาบันขงจื่อ
  4. มีเงินทุนที่เพียงพอและแหล่งงบประมาณที่มั่นคง
ทั้งนี้ก่อนยื่นหนังสือขอก่อตั้งสถาบันขงจื่อ องค์กรหรือมหาวิทยาลัยจะต้องแสวงหามหาวิทยาลัยจีนมาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งทั้ง 2 ฝ่ายจะต้องลงนามในบันทึกความร่วมมือในการก่อตั้งสถาบันขงจื่อแล้วส่งให้กับ Hanban เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว Hanban จะลงนามกับมหาวิทยาลัยฝ่ายเจ้าภาพ สุดท้ายมหาวิทยาลัยฝ่ายจีนในฐานะตัวแทนจาก Hanban ก็จะลงนามกับมหาวิทยาลัยฝ่ายไทยในหนังสือข้อตกลงความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันขงจื่อ สำนักงานใหญ่ของสถาบันขงจื่อจะเป็นผู้จัดทำป้ายให้แก่สถาบันขงจื่อทุกแห่งทั่วโลก ซึ่งโดยทั่วไปจะทำเป็นภาษาจีนและภาษาอังกฤษ แต่สำหรับป้ายที่ทำให้สถาบันขงจื่อในประเทศไทยจะทำเป็น 3 ภาษา คือ มีภาษาไทย เพิ่มเติมด้วย และจะมีพิธีมอบป้ายให้อย่างเป็นทางการก่อนจัดพิธีเปิดป้ายสถาบัน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่จัดตั้งสถาบันขงจื่อในประเทศไทย สถาบันขงจื่อในประเทศไทยกับมหาวิทยาลัยคู่สัญญาในประเทศจีน ได้แก่
  1. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยซีหนาน
  2. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเซียเหมิน
  3. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยครุศาสตร์ยูนนาน
  4. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยาร่วมมือกับมหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน
  5. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตภูเก็ต ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้
  6. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชนชาติกวางซี
  7. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต (สุพรรณบุรี) ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกวางซี
  8. สถาบันขงจื่อ เมืองเบตง ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฉงชิ่ง
  9. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยครุศาสตร์กวางซี
  10. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
  11. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยหัวเฉียว
  12. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยบูรพา ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเวินโจว
  13. สถาบันขงจื่อ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี่เทียนจิน
  14. สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ร่วมมือกับสภาการศึกษานครเทียนจิน
ประธานและรองประธาน จะมาจากอธิการบดีและรองอธิการบดีของมหาวิทยาลัยทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะสลับตำแหน่งกันทุกปี โดยมีผู้อำนวยการฝ่ายจีนและฝ่ายไทยมีหน้าที่ดำเนินงานตามแผนงานและนโยบายที่คณะกรรมการสถาบันมอบหมายให้ ซึ่งสถาบันขงจื่อจะต้องดำเนินการตามระเบียบที่ Hanban กำหนดไว้ ดังนี้
  1. สอนภาษาจีน
  2. อบรมอาจารย์สอนภาษาจีนและส่งอาจารย์มาสอนภาษาจีน
  3. จัดการสอบ HSK
  4. ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการศึกษาต่อที่ประเทศจีน
  5. จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนภาษาและวัฒนธรรมจีน-ไทย
งบประมาณในการดำเนินงานและการบริหารการเงินของสถาบันขงจื่อ
  1. Hanban จะสนับสนุนงบประมาณก่อตั้งแห่งละ 150,000 เหรียญสหรัฐอเมริกา
  2. Hanban จะสนับสนุนเงินดำเนินงานตามโครงการซึ่งสถาบันขงจื่อเสนอไป
  3. สถาบันขงจื่อจะต้องมีบัญชีธนาคารและจะต้องใช้เงินตามโครงการที่เสนอต่อ Hanban เท่านั้น โดยจะต้องยื่นแบบคำของบประมาณต่อ Hanban ก่อนวันที่ 15 มกราคม ของทุกปี

สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล


         พระพรหมมังคลาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานมูลนิธิร่มฉัตร ได้มีความคิดริเริ่มในการจัดตั้งสถาบันขงจื่อรูปแบบใหม่ โดยจะเชิญสถาบันการศึกษา หน่วยราชการและองค์กรเอกชนที่มีการเรียนการสอนภาษาจีนอยู่แล้ว (ไม่รวม 24 สถาบันและห้องเรียนเดิม) เข้ามาเป็นสาขา (เครือข่าย) เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอน การอบรม และการใช้ภาษาจีนให้มีมาตรฐาน จึงได้ไปพบกับ Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ฮั่นปั้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนตุลาคม 2557 และได้เห็นชอบให้จัดตั้ง “สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล” ขึ้น ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยได้มอบหมายให้สภาการศึกษานครเทียนจิน เป็นสถาบันในการทำงานร่วมกัน ซึ่งสภาการศึกษานครเทียนจิน ได้กำหนดให้มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน (Tianjin Normal University) เป็นมหาวิทยาลัยเข้ามาปฏิบัติงานร่วมกับมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ในฐานะฝ่ายเลขานุการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ฮั่นปั้น พระพรหมมังคลาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ประธานมูลนิธิร่มฉัตร ในฐานะประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล และรองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ได้ลงนามในเอกสารบันทึกความร่วมมือในการจัดตั้งสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2558 และ Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ฮั่นปั้น ได้เดินทางมาถวายป้ายสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลเป็นแห่งที่ 14 ในประเทศไทยให้แก่พระพรหมมังคลาจารย์ เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจิน ได้แต่งตั้งและมอบหมายให้ Mr. He Bingzheng มารับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) และ Ms. Xiao Shen รับตำแหน่ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 โดยจะทำงานร่วมกับผู้อำนวยการและผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) ซึ่งมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์แต่งตั้ง มหาวิทยาลัยครุศาสตร์เทียนจินและมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จะปฏิบัติหน้าที่ใน 2 สถานะคือ
         1. ปฏิบัติหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล
         2. เป็นสาขาของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล พระพรหมมังคลาจารย์ ดำรงตำแหน่ง ประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล และอธิการบดีทั้ง 2 มหาวิทยาลัย ดำรงตำแหน่งรองประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล นอกจากนั้น อธิการบดีทั้ง 2 มหาวิทยาลัยจะดำรงตำแหน่งประธานสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลสาขามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ด้วย สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ ครั้งที่ 1/2559 เมื่อวันจันทร์ที่ 18 มกราคม 2559 เวลา 09.30 น. ซึ่งคณะกรรมการบริหารฯ ประกอบด้วย
  1. พระพรหมมังคลาจารย์ ประธาน
  2. ดร.สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ รองประธาน
  3. รองศาสตราจารย์ ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ รองประธาน
  4. พลเอก พิณภาษณ์ สริวัฒน์ กรรมการ
  5. พลตำรวจโทหม่อมหลวง พันธ์ศักดิ์ เกษมสันต์ กรรมการ
  6. รองศาสตราจารย์ ดร.ปราณี สังขะตะวรรธน์ กรรมการ
  7. รองศาสตราจารย์ ดร.ช่วงโชติ พันธุเวช กรรมการ
  8. รองศาสตราจารย์ ดร.อิสสรีย์ หรรษาจรูญโรจน์ กรรมการ
  9. นายสรรเสริญ เงารังษี กรรมการ
  10. นายโรจนะ กฤษเจริญ กรรมการ
  11. นายธนากร เสรีบุรี กรรมการ
  12. ดร.อกนิษฐ์ คลังแสง กรรมการ
  13. นายพูลศักดิ์ ประณุทนรพาล กรรมการและ เลขานุการ
  14. ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายไทย) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
  15. ผู้อำนวยการสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล (ฝ่ายจีน) กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
คณะกรรมการฯ ได้มีมติเห็นชอบโครงการของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ที่จะดำเนินการ ระหว่างเดือนมกราคม – ธันวาคม 2559 และขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการเสนอขออนุมัติงบประมาณจากสถาบันขงจื่อ กองทุนสำนักงานใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน
http://www.dpu.ac.th/msrci/about.php

สรุปโครงการของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล
จะดำเนินการระหว่าง มกราคม 2559 - ธันวาคม 2559
เสนอต่อ
สถาบันขงจื่อ กองทุนสำนักงานใหญ่

   เพื่อเป็นการสนับสนุนนโยบายของ ฯพณฯ สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนตามโครงการ “One Belt One Road”
ซึ่งมีวัตถุประสงค์ที่จะส่งเสริม การร่วมมือในการพัฒนาประเทศตามเส้นทางสายไหมทางเศรษฐกิจและเส้นทางสายไหมทางทะเล
แบบได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่าย และก่อให้เกิดความเข้าใจเชื่อถือซึ่งกันและกัน เพื่อนำไปสู่มิตรภาพและความร่วมมือในทุกๆ ด้าน
ดังนั้นสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาบุคลากรของประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนทุกระดับ
และทุกภาคส่วน โดยขอเสนอโครงการดังต่อไปนี้             

1. การพัฒนาตำราเรียน


ในข้อเท็จจริงแล้วได้มีการจัดทำตำราเรียนภาษาจีนในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานกว่า 5 ปีแล้ว แต่เมื่อนำตำราเรียนดังกล่าวมาใช้ในการสอน ปรากฏว่ายังไม่สอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณีของไทยในบางเรื่อง ดังนั้นจึงมีนโยบายที่จะจัดทำตำราเรียนดังกล่าวให้เป็นมาตรฐานเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักสูตร สามารถนำมาใช้ได้ในทุกระดับชั้นและทั่วประเทศไทย ซึ่งมีแนวทางดำเนินการคือ
  1. นำตำราเรียนภาษาจีนที่มีอยู่แล้วมาพัฒนา
  2. เชิญผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยทั้ง 2 ประเทศและจากกระทรวงศึกษาธิการเข้ามาร่วมในการจัดทำด้วย
ทั้งนี้ได้กำหนดให้แล้วเสร็จภายในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้

2. การส่งเสริมการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษา


สำนักงาน Hanban และสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลได้มีความเห็นร่วมกันว่าในปัจจุบันนี้ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรในระดับอาชีวะ ทำให้การพัฒนาประเทศในบางเรื่องไม่สามารถสำเร็จลุล่วงไปได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงจะต้องจัดทำโครงการสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวะให้อย่างกว้างขวาง ซึ่งที่ผ่านมาได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว ได้แก่ การจัดหาทุนให้นักศึกษาอาชีวะจากประเทศไทยไปศึกษา ณ วิทยาลัยอาชีวะในนครเทียนจินมาประมาณ 1 ปีกว่าแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการศึกษาต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมีแนวทางในการดำเนินการคือ
  1. จัดหาทุนการศึกษาจำนวนมากให้แก่นักศึกษาที่มีความรู้ความสามารถและสามารถสอบผ่านการวัดผล HSK ได้ในระดับที่กำหนดไว้
  2. จัดหาทุนให้ครูอาชีวะจากประเทศไทยได้มีโอกาสไปศึกษาเรียนรู้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อให้ครูอาชีวะได้มีโอกาสเพิ่มพูนด้านความรู้ความสามารถและนำมาถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้แก่นักศึกษาในการนำไปประกอบอาชีพเมื่อสำเร็จการศึกษาต่อไป
  3. ขอให้สำนักงาน Hanban พิจารณาจัดหาครูอาสาสมัครอาชีวะมาสอนในประเทศไทยเป็นแห่งแรกของโลกด้วย
ซึ่งในเรื่องนี้จะสอดคล้องกับคำกล่าวของ Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการสำนักงานใหญ่ Hanban ได้กล่าวไว้เมื่อครั้งเดินทางมาเป็นประธานในพิธีมอบป้ายสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล เมื่อวันพุธที่ 24 มิถุนายน 2558 ณ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

3. การส่งเสริมการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษา


สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล พิจารณาแล้วเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรจะต้องเป็นแหล่งในการผลิตครู-อาจารย์ภาษาจีนแก่สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนอาจารย์สอนภาษาจีน ดังนั้นจึงจะต้องหาแนวทางในการกำหนดมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาจีนในระดับมหาวิทยาลัย โดยใช้มาตรฐานเดียวกัน ซึ่งนอกจากจะต้องพัฒนาตำราเรียนพัฒนาทักษะการพูดให้แข็งแรง จะต้องกำหนดให้ครูอาสาสมัครสามารถสอนเพิ่มเติมในวิชาการล่าม วิชาภาษาจีนภาคบริการและอื่นๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญทางเติบโตทางเศรษฐกิจในปัจจุบันซึ่งมีแนวทางในการดำเนินการคือ
  1. จัดการฝึกอบรมครู-อาจารย์สอนภาษาจีนให้มีความรู้ความสามารถเป็นมาตรฐานเดียวกัน
  2. จัดหาทุนการศึกษาระยะสั้น-ระยะยาวให้ครู-อาจารย์ได้มีโอกาสไปเรียนรู้และฝึกอบรมการใช้ภาษาจีนที่ถูกต้อง ตลอดจนวัฒนธรรมจีน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน
  3. จัดฝึกอบรมครูอาสาสมัครให้มีความรู้ความสามารถในการสอนเพิ่มเติมในสาขาวิชาอื่นๆ ด้วย เช่น วิชาการล่าม วิชาภาษาจีนภาคบริการ เป็นต้น ซึ่งจะเป็นผลให้นักศึกษาสามารถนำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้เมื่อสำเร็จการศึกษาต่อไป

4. การส่งเสริมการท่องเที่ยว


ตลอดระยะเวลา 40 ปีที่ผ่านมา ความสัมพันธ์จีนไทยได้พัฒนาไปอย่างแข็งแรงและมีเสถียรภาพซึ่งสามารถสรุปไว้ว่าความสำเร็จดังกล่าวเกิดจาก
        - ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน มั่นคงและหนักแน่นยิ่งขึ้น
        - ผลประโยชน์ร่วมกันกว้างขวางยิ่งขึ้น
        - ความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น
        - สายสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมและสังคมเหนียวแน่นยิ่งขึ้น
         (คำกล่าวของ ฯพณฯ หนิง ฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย)
ซึ่งปัจจุบันนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมากที่สุด คือประมาณ 7,000,000 คนในปีที่ผ่านมา (พ.ศ.2558) ดังนั้นจึงมีนโยบายที่จะพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวของไทยให้มีความรู้ความสามารถในด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนให้เป็นมาตรฐานสากล โดยจะมีแนวทางดำเนินการเป็น 2 ระดับ คือ
  1. ระดับนักศึกษา จะส่งเสริมให้นักศึกษาซึ่งเรียนในสาขาการท่องเที่ยวทั้งในระดับอุดมศึกษาและระดับอาชีวศึกษาได้มีความรู้ความสามารถในการเรียนรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีของทั้ง 2 ประเทศอย่างทัดเทียมกันโดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ การใช้ภาษาจีนอย่างถูกต้องและเหมาะสม และความเข้าใจในความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีนในแต่ละมณฑลซึ่งแตกต่างกัน
  2. ระดับมัคคุเทศก์ จะส่งเสริมให้มัคคุเทศก์ได้เข้าอบรมในหลักสูตรที่เหมาะสมเพื่อความเข้าใจในด้านภาษาและวัฒนธรรมจีนให้มากขึ้น ตลอดจนความต้องการของนักท่องเที่ยวชาวจีน

5. การส่งเสริมการเรียนการสอนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา


นอกจากการจะพัฒนาด้านตำราเรียนตามที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลจะมีโครงการพัฒนาครูผู้สอนอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงมีแนวทางในการดำเนินการ คือ
  1. จัดหาทุนฝึกอบรมเทคนิคการสอน ความรู้ด้านภาษาและวัฒนธรรมจีน ทั้งในประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน
  2. ขอรับการสนับสนุนครูอาสาสมัครชาวจีนที่มีคุณภาพโดยสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลขอเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดฝึกอบรมครูอาสาสมัครเพื่อให้รู้ภาษาและวัฒนธรรมไทยมากกว่าที่ผ่านมา
  3. จัดหาทุนการศึกษาให้กับครูและนักเรียนที่มีผลงานดีสำหรับศึกษาต่อในประเทศไทยหรือสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจสำหรับผู้สอนและผู้เรียนภาษาจีน

6. การจัดฝึกอบรมครูอาสาสมัครชาวจีน


สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล พิจารณาเห็นครูอาสาสมัครบางคนยังขาดประสบการณ์ในการสอนและความเข้าใจในขนบธรรมเนียมประเพณีของคนไทย ซึ่งในแต่ละภาคก็มีความแตกต่างกัน ดังนั้นจึงขอเสนอเป็นสถาบันรับผิดชอบในการจัดฝึกอบรมครูอาสาสมัครชาวจีนทั้งหมดก่อนที่จะลงมือปฏิบัติงาน ซึ่งน่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนเพื่อให้สามารถเข้าใจและใช้ภาษาไทยในการสอนภาษาจีน ตลอดจนขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมไทยซึ่งแตกต่างกันบางประการในแต่ละภูมิภาค ทั้งนี้เนื่องจากนักเรียนบางคนไม่สามารถพูดภาษาจีนได้ในระยะแรก จึงทำให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างล่าช้า

7. การจัดฝึกอบรมภาษาจีนแก่ข้าราชการต่างๆ


ด้วยในปัจจุบันนี้การใช้ภาษาจีนเป็นที่แพร่หลายและบางส่วนราชการก็ได้มีการใช้ภาษาจีนในการปฏิบัติงาน ซึ่งได้มีการขอให้พระพรหมมังคลาจารย์จัดหาครูไปสอนภาษาจีนให้ เช่น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรมการแพทย์ทหารบก เป็นต้น ดังนั้นเพื่อให้การสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนแก่ข้าราชการเป็นไปด้วยความต่อเนื่อง จึงมีแนวทางในการดำเนินการคือ
  1. จัดทำหลักสูตรเฉพาะเพื่อให้บริการแก่ส่วนราชการต่างๆ อันจะทำให้การประสานงานระหว่าง 2 ประเทศเป็นไปด้วยความสะดวกเรียบร้อย
  2. จัดหาทุนการฝึกอบรมให้แก่ข้าราชการที่ผ่านการทดสอบความสามารถในการใช้ภาษาจีนในระดับหนึ่ง ได้มีโอกาสเดินทางไปเรียนรู้และฝึกอบรมการใช้ภาษาจีนและวัฒนธรรมจีน ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน

8. การให้บริการแก่สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลสาขา


ปัจจุบันนี้ได้มีสถาบันการศึกษาและส่วนราชการต่างๆ แสดงความจำนงจะขอเข้าร่วมเป็นสาขาของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ดังนั้นสิ่งที่จะต้องทำเป็นโครงการเร่งด่วนคือ
  1. จัดประชุมสถาบันการศึกษาและส่วนราชการดังกล่าวเพื่อแจ้งให้ทราบถึงนโยบาย
  2. ชี้แจงแนวทางของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล จัดทำแผนงานเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งในด้านการเรียนการสอน การฝึกอบรม และการขอรับการสนับสนุนครูอาสาสมัครต่อไป

9. การขยายสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลสู่อาเซียน


ตามที่ขณะนี้ได้มีมหาวิทยาลัยนอร์ทเทิร์น ฟิลิปปินส์ ได้แสดงเจตจำนงชัดเจนว่าจะเข้าร่วมเป็นสาขา (เครือข่าย) ของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลแล้วนั้น เพื่อการขยายการสอนภาษาและวัฒนธรรมจีนไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนที่ยังไม่มีสถาบันขงจื่อ ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนปฏิบัติการในการพัฒนาสถาบันขงจื่อปี 2016-2020 ที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้มีการศึกษาภาษาจีนในมหาวิทยาลัยทั่วโลก จึงมีแนวทางในการดำเนินงานคือ
  1. ประสานงานและเดินทางไปพบกับสถาบันการศึกษาในประเทศเวียดนาม มาเลเซีย และสหภาพเมียนมาร์ เพื่อชี้แจงให้ทราบถึงนโยบายแนวทางดำเนินงานของสถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล
  2. ขอให้สถาบันการศึกษาในประเทศดังกล่าวจัดทำแผนงานเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณทั้งในด้านการเรียนการสอน การฝึกอบรมและการขอรับการสนับสนุน ครูอาสาสมัครต่อไป

10. การเป็นสถาบันจัดการสอบ HSK


สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล มีความประสงค์จะขอเป็นผู้แทนในการจัดสอบ HSK ด้วยอีกแห่งหนึ่ง โดยพิจารณาเห็นว่าอาจารย์ นักเรียน และผู้ประสงค์จะขอรับทุนไปศึกษาต่อที่สาธารณรัฐประชาชนจีน ควรจะต้องผ่านการทดสอบ HSK ในระดับที่เหมาะสม ดังนั้นหากสถาบัน Hanban พิจารณาเห็นชอบในแนวคิดดังกล่าวจะทำให้การส่งเสริมการเรียนภาษาจีนและวัฒนธรรมจีนเป็นระบบมากยิ่งขึ้น

11. โครงการจัดแข่งขันภาษาจีนเพชรยอดมงกุฎ


เพื่อเป็นการส่งเสริมให้การเรียนการสอนภาษาจีนในประเทศไทยและในภูมิภาคอาเซียนได้เป็นที่แพร่หลายไปอย่างรวดเร็ว จึงได้กำหนดจัดเวทีให้ผู้สนใจการเรียนภาษาจีนในทุกระดับได้เข้าร่วมการแข่งขัน ซึ่งได้จัดต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 11 ปีแล้ว ในแต่ละปีจะมีนักเรียนนักศึกษาเข้าร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมากขึ้นตลอดมาโดยในครั้งที่ 11 มีผู้เข้าแข่งขันเกือบ 5,000 คน กิจกรรมนี้นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันความสามารถในการใช้ภาษาจีนแล้ว ยังจะทำให้สามารถเป็นสะพานในการติดต่อกับนักเรียนทุกคนได้ตลอดไปจากการบันทึกชื่อและสถานที่อยู่ของผู้เข้าแข่งขันทุกคน ซึ่งได้กำหนดแนวทางดำเนินการไว้ ดังนี้
  1. จัดการแข่งขันภาษาจีนเพชรยอดมงกุฎ ครั้งที่ 12 (นานาชาติ) ในเดือนกันยายน 2559
  2. ขอรับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมารและจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี
  3. จัดหารางวัลมอบให้แก่ผู้ชนะการแข่งขัน
  4. จัดหาทุนการศึกษาในสาธารณรัฐประชาชนจีนแก่ผู้ชนะการแข่งขัน

12. โครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม


เพื่อให้การส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทยได้อย่างแพร่หลายและรวดเร็วยิ่งขึ้น จึงเห็นควรจัดให้มีกิจกรรมที่กระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม องค์ความรู้ของวัดเส้าหลิน และวัดม้าขาว ในเรื่องกังฟู และศิลปะการป้องกันตัวอื่นๆ กับศิลปะการป้องกันตัวของประเทศไทย เป็นต้น จึงได้กำหนดแนวทางในการดำเนินการดังนี้
  1. ขอรับทุนการเดินทางจากสำนักงาน Hanban สำหรับคณะนักแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทยไปแสดงในเทศกาลสำคัญของสาธารณรัฐประชาชนจีน
  2. ขอรับการสนับสนุนคณะนักแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีนมาแสดงในประเทศไทยซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นการตอบสนองนโยบายของ Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานฮั่นปั้น ซึ่งได้กล่าวไว้ในพิธีปิดการประชุมสถาบันขงจื่อโลก ครั้งที่ 10 เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุม Expo นครเซียงไฮ้

13. การจัดตั้งสมาคมศิษย์เก่าสถาบันขงจื่อ


สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเลจะดำเนินรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากสถาบันขงจื่อสำนักงานใหญ่ ซึ่งในขณะนี้ได้มีรายชื่อดังกล่าวอยู่จำนวนหนึ่งแล้ว โดยจะจัดให้มีการประชุมในระหว่างสมาชิกเพื่อขอรับความเห็นจากการที่ได้รับทุนการศึกษาและนำความรู้ดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ ตลอดจนข้อเสนอในการปรับปรุงทุนการศึกษาให้ก้าวหน้าต่อไป ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็นการตอบสนองนโยบายของ Dr. Xu Lin ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานฮั่นปั้น ซึ่งได้กล่าวไว้ในพิธีปิดการประชุมสถาบันขงจื่อโลก ครั้งที่ 10 เมื่อวันจันทร์ที่ 7 ธันวาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุม Expo นครเซียงไฮ้

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ย่ำถิ่นมังกรใหม่ "ไชน่าทาวน์ห้วยขวาง"

สถาบันภาษาและวัฒนธรรมจีนปักกิ่ง Beijing Chinese Language and Culture College